วิเคราะห์ บอล น่าติดตามประจำคืนวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม

เป็นโปรแกรมของ วิเคราะห์บอล ลีก เดอซ์ ฝรั่งเศส ซึ่งลงเตะกันหลายคู่ โดยคู่น่าสนใจที่สุดเป็นศึกระหว่าง ทรัวส์ ซึ่งตอนนี้อยู่โซนเพลย์ออฟเลื่อนชั้น เปิดบ้านดวลกับ ปารีส เอฟซี ทีมโซนหนีตกชั้น และอีกคู่ระหว่าง แกลร์กมงต์ ฟุต ทีมอันดับ 5 ปะทะ โซโชซ์ ทีมอันดับ 12 ของตารางคะแนน

ทรัวส์ (อันดับ 3) vs ปารีส เอฟซี (อันดับ 17)

คืนวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2020 เวลา 02.00 น.

สถิติการเจอกันของทั้งสองทีม

เจอกันมา 6 นัดหลังสุด ทรัวส์ ชนะ 1 นัด ยิงได้ 3 ประตู เสมอ 2 นัด ปารีส ชนะ 3 นัด โดยนัดแรกที่เจอกันมาในลีก เดอซ์ ฤดูกาลนี้ ปารีส เปิดบ้านชนะ ทรัวส์ 1-0

ผลงาน วิเคราะห์บอลคาราบาวคัพ 5 นัดหลังสุด

เจ้าบ้าน ทรัวส์ ลงเล่น 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 นัด แพ้ 1 นัด โดยนับเฉพาะ 4 นัดหลังสุด ชนะครบทุกนัด ตอนนี้อยู่อันดับ 3 ของตารางลีก เดอซ์ ตามหลังจ่าฝูง ลอริยองต์ 4 คะแนน มีโอกาสดีที่จะเลื่อนชั้นขึ้นลีก เอิง ฤดูกาลหน้า

ทีมเยือน ปารีส ลงสนาม 5 นัดที่ผ่านมา ชนะ 3 นัด แพ้ 2 นัด ตอนนี้หลุดจากโซนตกชั้นแล้ว โดยมีคะแนนเหนือนิออร์ ทีมอันดับ 18 เพียง 2 คะแนน
เอเชียน แฮนดิแคป ทรัวส์ ต่อ 0.50

วิเคราะห์บอล ราคาสูงต่ำ 2.00

ราคา 1×2 แทงทรัวส์ 1.92 แทงเสมอ 3.20 แทงปารีส 4.10

ฟันธง ผลบอลเมื่อคืน  ทรัวส์มีฟอร์มการเล่นที่ดีกว่าชัดเจน แต่สถิติที่ผ่านมาบ่งบอกได้ว่าเป็นบอลแพ้ทางปารีส เพราะฉะนั้นดูทรงแล้วเกมนี้คงชนะยาก เลือกเชียร์รองปารีส เอฟซี 0.50 มีแต้มกลับบ้าน สำราญใจคนเชียร์บอลรองแน่นอน

วิเคราะห์บอล บุนเดสลีกา 29 กุมภาพันธ์ ดอร์ทมุนด์ ลุ้นถล่ม ฟรายบวร์ก

วิเคราะห์บอลน่าลุ้นน่าเชียร์ประจำสุดสัปดาห์ คราวนี้เป็นคิวของ บุนเดสลีกา เยอรมนี คู่ระหว่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมอันดับ 3 จะเปิดรังซิกนัล อิดูน่า พาร์ค รับการมาเยือนของ ฟรายบวร์ก ทีมอันดับ 9 คืนวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ คู่นี้วัดใจเซียนพนัน ราคาบอลยูโร 2020 อย่างยิ่ง เพราะเปิดราคาแฮนดิแคปมาสุดโหด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (อันดับ 3) vs ฟรายบวร์ก (อันดับ 9)

คืนวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 21.30 น.

สถิติจาก Nova88 การเจอกันของทั้งสองทีม

จากการลงสนามดวลกัน 6 นัดหลังสุดของคู่นี้ ดอร์ทมุนด์ชนะ 3 นัด ยิงได้ 13 ประตู เสมอ 3 นัด ส่วนฟรายบวร์กไม่ชนะเลย โดยยิงได้ 4 ประตู ซึ่งเกมบุนเดสลีกา ที่เจอกันครั้งแรกของฤดูกาลนี้ ฟรายบวร์ก เล่นในบ้านเสมอดอร์ทมุนด์ 2-2

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ดอร์ทมุนด์ลงสนาม 5 นัดที่ผ่านมา ชนะ 3 นัด และแพ้ 2 นัด โดยเกมลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบุกไปชนะแวร์เดอร์ เบรเมน 2-0 ยังคงรักษาอันดับ 3 ของลีก ตามหลังบาเยิร์น มิวนิก ทีมจ่าฝูง 4 คะแนน

ฟรายบวร์กชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 2 นัด จาก 5 นัดหลังสุด โดยเกมลีกนัดที่แล้วได้เล่นในบ้านแต่พ่ายให้กับฟอร์ทูนา ดืสเซลดอร์ฟ ทีมโซนตกชั้น 2-0 ส่งผลให้ตอนนี้อยู่อันดับ 9 ของตารางคะแนน

สภาพความพร้อมก่อนลงสนาม

เกมนี้ดอร์ทมุนด์ยังคงไม่สามารถใช้งานมาร์โก รอยส์ กัปตันทีม ซึ่งยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และต้องลุ้นว่าโธมัส เดลานีย์ จะลงสนามได้หรือไม่ แต่ตัวรุกทีเด็ดยังอยู่ครบ นำโดยเออร์ลิง โฮลันด์, เจดอน ซานโช่ และยูเลียน บรันด์ท

ขณะที่ฟรายบวร์กมีนักเตะบาดเจ็บและลงสนามไม่ได้ 3 คน ได้แก่ อามีร์ อบราชี, ลูคัส คืบเลอร์ และชาง-ฮุน ควอน ขณะที่ไมค์ ฟรันท์ซ ยังไม่แน่ชัดว่าจะฟิตเต็มถังลงช่วยทีมได้หรือไม่

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

ดอร์ทมุนด์: เบือร์กี้; พิชเช็ค, ซากาดู, ฮุมเมิลส์; ฮาคิมี่, จาน, วิตเซล, เกร์เรย์โร่; บรันด์ท, ซานโช่; โฮลันด์

ฟรายบวร์ก: ชโวเลิฟ; คอช, กุลเดอ, ไฮนท์ซ; เฮแบเรอร์, เฮิฟเลอร์, ซัลลาย, ชมิด; เฮอเลอร์, วัลชมิดท์, กริโฟ

ราคาต่อรอง คิดราคาบอล ดอร์ทมุนด์ ต่อ 2.00 ราคาสูงต่ำ 3.50

วิเคราะห์บอลวันนี้ ต้องบอกเลยว่าดอร์ทมุนด์ต่อ 2 ลูกถือว่าสูงพอสมควรเมื่อพิจารณาจากคู่แข่ง ฟรายบวร์ก ตอนนี้ก็อยู่อันดับ 9 แต่สถิติที่ผ่านมาถือว่าข่มมิด เพราะเจอกันมา 6 นัดหลังสุด ดอร์ทมุนด์ไล่ยิงไม่ยั้ง

ฟันธงเกมนี้ดูทรงแล้วเจ้าบ้านไล่ยิงกระจุยกระจายแน่นอน เลือกเชียร์ดอร์ทมุนด์ ราคาต่อ 2 ลูก รับทรัพย์เน้นๆ

วิเคราะห์บอล บุนเดสลีกา 21 กุมภาพันธ์ บาเยิร์น มิวนิก ชนทีมบ๊วย พาเดอร์บอร์น

วิเคราห์บอล บุนเดสลีกา เยอรมนี ประจำคืนวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ เป็นศึกระหว่าง บาเยิร์น มิวนิก ทีมจ่าฝูง เปิดบ้านรับทีมบ๊วยอย่าง พาเดอร์บอร์น กำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหนีจากโซนตกชั้นให้ได้

บาเยิร์น มิวนิก (อันดับ 1) vs พาเดอร์บอร์น (อันดับ 18)

วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 02.30 น.

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม

บาเยิร์นเคยเจอกับพาเดอร์บอร์น 5 ครั้ง นับรวมทั้งรายการบุนเดสลีกา และเดเอฟเบ โพคาล โดยทุกครั้งที่ผ่านมาบาเยิร์นชนะได้หมด ยิงได้ 24 ประตู ส่วนพาเดอร์บอร์นยิง 3 ประตู ขณะที่การเจอกันนัดก่อนหน้าในฤดูกาลนี้ บาเยิร์นบุกไปชนะ 3-2

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

บาเยิร์นใน 5 นัดหลังสุด ชนะ 4 นัด และเสมอ 1 นัด ตอนนี้ยังนำเป็นจ่าฝูงบุนเดสลีกา เหนือกว่าแอร์เบ ไลป์ซิก 1 คะแนน โดยนัดที่แล้วบุกไปชนะโคโลญจน์ 4-1

ฟอร์มการเล่นของพาเดอร์บอร์นน 5 นัดหลังสุดมีชนะ 1 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 3 นัด ยังจมบ๊วยของลีก ห่างจากโซนปลอดภัยถึง 6 คะแนน

สภาพความพร้อม

บาเยิร์นยังคงขาดแกนหลักในแนวรับอย่างนิคลาส ซือเล่อ ที่มีอาการบาดเจ็บ และอิวาร เปริซิช ปีกโครแอต ซึ่งเจ็บอยู่เช่นกัน ขณะที่เบนชาแมง ปาวาร์ด ติดโทษแบน

ตัวความหวังในเกมรุกอย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, แซร์ช นาบี้และโธมัส มึลเลอร์ พร้อมลงสนามครบ เช่นเดียวกับฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ส่วนแดนกลาง ติอาโก้ อัลคันตาร่า ฟิตเต็มถังพร้อมลงเล่นได้

พาเดอร์บอร์นมีนักเตะเจ็บอยู่ 3 คน ได้แก่ อับเดลฮามิด ซาบิรี่, แกร์ริท โฮลท์มันน์ และลูกา ยานนิส คิเลียน โดยไม่มีคนไหนติดโทษแบนห้ามลงสนามเกมนี้

ความหวังทั้งหมดของพาร์เดอร์บอร์นจะฝากไว้กับชเตรลี่ มัมบ้า กองหน้าดาวซัลโวของทีม เช่นเดียวกับจอมแอสซิสต์อย่างไค เพรอเกอร์ ซึ่งจะลงสนามช่วยทีมผลิตสกอร์

ราคาต่อรอง บาเยิร์น ต่อ 3.25 ราคาสูงต่ำ 4.50

วิเคราะห์ความน่าจะเป็น แน่นอนว่าเมื่อทีมจ่าฝูงฟอร์มแรง มาชนกับทีมบ๊วย ทีมใหญ่และเล่นในบ้านอย่างบาเยิร์นคงบุกยับอยู่แล้ว แต่ราคาเรียกได้ว่าโหดสุดๆ ชนะขาด 3 ประตูยังเสียครึ่ง ต้องลุ้นหนักว่าจะยิงถึงหรือไม่

ดูจากราคาแฮนดิแคป บอกได้เลยว่า พาเดอร์บอร์น นอนมา ราคาต่อสามลูกควบ เอาอยู่แน่นอน อย่างมากก็แค่แพ้ 3 ลูก ได้กินครึ่งหนึ่ง แต่ดูแล้วมีโอกาสแพ้แค่ลูกเดียวหรือสองลูกเท่านั้น

ราคาสูงต่ำเปิดออกมาโหดพอสมควร คงเป็นเพราะสถิติที่ผ่านมา บาเยิร์นก็ยิงเยอะ แต่เสียเยอะเหมือนกัน ส่วนเกมนี้แนะนำให้เลือกเล่นสกอร์ต่ำดีกว่า

ติดตามข้อมูวิธีเล่นพนันออนไลน์ครบทุกรูปแบบในแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ติดตามข้อมูลพนันออนไลน์เจาะลึกทุกเรื่องที่เว็บไซต์ : Maxbet

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก : คลับ บรูซ พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก : คลับ บรูซ พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนาม : แยน เบรย์เดลสตาดิโอน เวลา : 00.55 น.

ราคาบอล : แมนฯยู ต่อ 0.25(-5)

สถิติการเจอกัน

27/08/15 คลับ บรูซ แพ้ แมนฯยู 0-4

19/08/15 แมนฯยู ชนะ คลับ บรูซ 3-1

ฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุด : คลับ บรูซ

16/02/20 ชนะ วาสแลนด์-เบเวเรน 2-1 (เหย้า) เบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น

13/02/20 เสมอ สตองดาร์ ลิแอช 0-0 (เยือน) เบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น

06/02/20 ชนะ ซูลเต้ วาเรเกม 2-1 (เยือน) เบลเยียม คัพ

02/02/20 ชนะ อันต์เวิร์ป 1-0 (เหย้า) เบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น

30/01/20 เสมอ สปอร์ติ้ง ชาเลอรัว 0-0 (เยือน) เบลเยียม เฟิร์ส ดิวิชั่น

ฟอร์มการเล่น 5 เกมหลังสุด : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

18/02/20 ชนะ เชลซี 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

02/02/20 เสมอ วูล์ฟส์ 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

30/01/20 ชนะ แมนซิตี้ 1-0 (เยือน) ลีก คัพ /

26/01/20 ชนะ ทรานเมียร์ 6-0 (เยือน) เอฟเอ คัพ

23/01/20 แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

วิเคราะห์ บอล แมนยู คลับบรูซ

เกมนัดล่าสุดของทีมเจ้าบ้านถือว่าทำผลงานได้ด้วยด้วยการเอาชนะ วาสแลนด์-เบเวเรน 2-1 ทำให้ตอนนี้ทีมมีความพร้อมอย่างมากสำหรับการรับการมาเยือนของ แมนยู

แมนยู กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง แต่ดูเหมือนว่านักเตะในชุดที่จะได้ลงสนาม อาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ทำให้มองว่าในเกมนี้ทีมดังจากเมืองผู้ดีอาจทำผลงานได้ไม่ดีมากนัก

วิเคราะห์บอล แม่นๆ คืนนี้

คลับบรูซ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมนัดล่าสุด เช่นเดียวกับ แมนยู ที่เอาชนะ เชลซี มาได้ถึง 2-0 แต่ดูเหมือนนักเตะที่จะได้ลงสนามเกมนี้กลับเป็นนักเตะสำรองและตัวจริง ทำให้มองว่าอาจทำผลงานออกมาไม่ดีมากนักและอาจทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอเท่านั้น

ฟันธงสกอร์บอล : 1-1

ติดตามทุกบทความฟุตบอลที่น่าสนใจ รวมเรื่องราวสถิติบอลที่คุณไม่เคยรู้ รวมถึงบทวิเคราะห์บอลเด็ดๆติดตามเราได้ทาง : Soiball

ฟุตบอล ในรอบทศวรรษที่ 2010 พาร์ทระหว่างปี 2010-2013

ปี 2011 – ช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่สเปนครองวงการลูกหนังระดับชาติ สโมสรบาร์เซโลน่า ตัวแทนสเปนจากแคว้นคาตาลัน ก็กำลังผงาดเป็นทีมเบอร์หนึ่งของวงการในระดับสโมสรเช่นเดียวกัน

โดยในปี 2011 บาร์ซ่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แสดงความสุดยอดในเชิงฟุตบอลออกมาให้โลกได้เห็น

ด้วยการก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ โดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คู่แข่งในนัดชิงไปแบบสบายเท้า ด้วยสกอร์ 3-1 บนสังเวียนเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ

เกมในครึ่งแรกนั้นเสมอกันที่ 1-1 ซึ่งหลายคนก็ยังคิดไปว่าเกมครึ่งหลังน่าจะออกมาสูสี

แต่ทว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กลับแก้เกมจนเป็นผลให้ลูกทีมงัดฟอร์มดหดออกมาไล่ถลุงปีศาจแดง

ก่อนยิงอีกสองประตูในครึ่งหลัง ปราบเซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน ลงได้อีกครั้งหลังก่อนหน้านี้ในเกมนัดชิงที่กรุงโรม

ก็เคยจัดการลูกทีมของป๋ามาแล้ว

ถือเป็นแชมป์ยุโรปใบที่สี่ในประวัติศาสตร์สโมสรของบาร์เซโลน่า

แต่ที่มันสุดยอดก็คือ แชมป์สามสมัยล่าสุดมันเกิดขึ้นในเวลาเพียงหกปีเท่านั้น

ซึ่ง เป๊ป คุมทีมบาร์ซ่า เพียงสามปี แต่กวาดโทรฟี่มาครองมากถึง 10 ใบ

ถือเป็นขงเบ้งลูกหนังแห่งยุคนั้นเลยก็ว่าได้ ก่อนจะไปคุมบาเยิร์น มิวนิค และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดในปัจจุบัน

ปี 2012 – นี่คือปีประวัติศาสตร์ที่เชื่อได้เลยว่าสาวกเรือใบสีฟ้า ไม่มีวันจะลืมได้ลง

เพราะมันคือปีที่พวกเขาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาครองได้เป็นครั้งแรก

โดยการขับเคี่ยวชิงชัยเป็นเรื่องของสองเพื่อนร่วมเมืองคือ ซิตี้ และ ยูไนเต็ด

ที่บดบี้กันมาจนถึงเกมนัดสุดท้ายของโปรแกรมพรีเมียร์ ลีก โดยมีแต้มเท่ากันที่ 86 คะแนน

เกมนัดสุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องออกไปเยือนซันเดอร์แลนด์

โดยเงื่อนไขคือพวกเขาต้องชนะและลุ้นให้เพื่อนบ้านสีฟ้าหลุดเสมอเป็นอย่างน้อย

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้โอกาสเล่นในบ้านและเงื่อนไขคือต้องเอาชนะ เพื่อที่ทุกอย่างจะได้จบด้วยมือของตนเอง

โดยไม่ต้องสนผลแข่งของเพื่อนบ้านสีแดง

แต่ดราม่าบังเกิดขึ้นเพราะในขณะที่ ปีศาจแดง จบเกมไปก่อนด้วยชัยชนะ

ขณะที่สถานการณ์ของ ซิตี้ ที่คุมทีมโดยโรแบร์โต้ มันชินี่ กลับเข้าสู่ช่วงทดเจ็บครึ่งเวลาหลังโดยสกอร์ตามหลัง

ควีนพาร์ค เรนเจอร์ส 1-2 ประตู แน่นอนว่าหากจบเช่นนี้ พวกเขาจะพลาดการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี

แต่แล้วเรื่องมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นที่เอติฮัด สเตเดี้ยม เพราะในนาทีที่ 92 เอดิน เชโก้

ทำประตูตีเสมอจุดความหวังให้สาวกซิตี้เซนส์ กลับมาอีกครั้ง จนสุดท้ายในนาทีที่ 94

จะเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงอาร์เจนติน่า ที่ก้าวขึ้นมาตะบันประตูชัย ส่งให้เมืองแมนเชสเตอร์ โอบคลุมไปด้วยสีฟ้าคราม

สร้างความเจ็บปวดใจให้แฟนบอลปีศาจแดงอย่างมาก เพราะพวกเขาก็มั่นใจแล้วว่าน่าจะได้แชมป์แน่ ทันทีที่เห็นว่าซิตี้ สกอร์ตามหลัง

ตอนเข้าช่วงทดเจ็บ

สรุปทั้งสองทีมมี 89 แต้มเท่ากัน แต่ซิตี้ คว้าแชมป์ด้วยการมีประตูได้เสียที่ดีกว่า

ติดตามการอัพเดท ข่าวบอล บทความฟุตบอล สถิติบอล ที่น่าสนใจ รวมถึง ข่าวฟุตบอล วันนี้ ข่าว ตลอดซื้อขาย นักเตะ ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลติดตามได้ทุกวันที่ : Ibcbet

ว่าด้วยเรื่องของ นักเตะ ฟูลแบ็ค ในวงการฟุตบอลยุคใหม่

โดยปกติแล้วส่วนมาก หากเรายื่นคำถามไปยังเด็กๆที่หลงใหลการเล่นฟุตบอล
ว่าหากเป็นได้อยากจะเล่นในตำแหน่งใด

เชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่ย่อมมองไปที่ตำแหน่งกองหน้าหรือพวกตัวทำเกมรุกอย่าง
ไม่ต้องสงสัย เพราะโดยพื้นฐานของมนุษย์นั้น ย่อมต้องการให้ตัวเองตกอยู่ในความสนใจ
อยากเด่นและอยากดังด้วยกันทั้งนั้น

ซึ่งตำแหน่งตัวรุกที่โดยหน้าที่และโอกาสนั้น ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของกีฬาฟุตบอล
ที่ตัดสินกันด้วยการทำประตู มันจึงเป็นเรื่องปกติมากครับที่เด็กๆอายุน้อย
ย่อมปรารถนาจะเห็นตัวเองเป็นดั่งเช่นตำนานดาวยิงชื่อก้องโลก อย่างเช่น โรนัลโด้
, อลัน เชียร์เรอร์ , เอร์นาน เครสโป และ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ เป็นต้น

ส่วนตำแหน่งที่น่าจะเป็นตัวเลือกซึ่งเด็กๆ มองเป็นตำแหน่งสุดท้ายและไม่อยากจะเล่น
แน่นอนว่าย่อมน่าจะเป็นผู้รักษาประตู สาเหตุเพราะมันเป็นตำแหน่งที่เจ็บตัวมากที่สุดนั่นเอง

แต่ความเป็นจริง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยครับ ที่เด็กทุกคนจะเติบโตมาเป็นกองหน้าหรือตัวรุก
กันทั้งหมด เพราะย่อมต้องมีรายชื่อของหลายคนที่ตกหล่น ไม่อาจแจ้งเกิดกับตำแหน่งที่ตนเองไฝ่ฝันได้
พูดง่ายๆก็คือ เด็กสอบตก นั่นเอง

คำถามคือแล้วบรรดาเด็กที่สอบตกจากการที่จะได้เล่นในพื้นที่อย่างกองหน้า
พวกเขาเหลือตัวเลือกอะไร ในการที่จะเล่นฟุตบอลในตำแหน่งอื่นได้อีกบ้าง?

ว่าด้วยเรื่อง นักเตะ ฟูลแบ็ค ในวงการฟุตบอลยุคนี้

ฟุตบอลในยุคเก่านั้น ตำแหน่งในสนาม ที่ดูจะเล่นง่ายมากที่สุด หนีไม่พ้นตำแหน่งบริเวณกราบสนาม
ทั้งสองข้างซ้ายขวา นั่นก็คือ วิงเกอร์ และ ฟูลแบ็ค นั่นเองครับ

เหตุผลเพราะด้วยพื้นที่รับผิดชอบของผู้เล่นในตำแหน่งพวกนี้ ไม่ต้องมีความรับผิดชอบกับเกมมาก
เหมือนผู้เล่นในตำแหน่งอื่นๆ แถมยังเล่นง่ายเพราะด้วยพื้นที่รับผิดชอบนั้น สามารถมองเห็นศัตรู
มาจากทิศทางเดียวเท่านั้น เนื่องจากอยู่ชิดริมเส้นขอบสนามนั่นเอง

แต่นั่นคือนิยามของฟูลแบ็คในยุคเก่าครับ ที่หน้าที่รับผิดชอบไม่มีอะไรมากไปกว่าเล่นเกมรับในพื้นที่เล็กๆ
บริเวณริมเส้นของสนามฝั่งตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องดันขึ้นสูงเกินเส้นครึ่งสนาม

และนั่นก็คือคำตอบสำหรับ เด็กๆที่สอบตก ไม่สามารถทำผลงานที่ดีกับตำแหน่งอื่นๆในสนาม
ได้ ที่สุดท้ายแล้วมักเลือกมาลงกับตำแหน่งการเล่นง่ายๆที่เรียกว่า ฟูลแบ็ค


แต่แม้จะเป็นตำแหน่งที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แถมยังถูกนิยามจากปาก เจมี่ คาราเกอร์
ว่าเป็น”ตำแหน่งของคนที่เอาดีในการเล่นเซนเตอร์ไม่ได้”

แต่ในอดีตที่ผ่านมา วงการฟุตบอลล้วนผ่านการมีผู้เล่นระดับตำนานมากมายในตำแหน่งฟูลแบ็ค
ไม่ว่าจะเป็น คาร์ฟู และ โรแบร์โต้ คาร์ลอส อดีตตำนานของทีมชาติบราซิล
ซึ่งในยุคหลังก็ยังมี มาร์เซโล่ และ ดานี่ อัลเวส ที่ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำนานในตำแหน่งฟูลแบ็คของแซมบ้าต่อ

หรืออย่างของทีมชาติอิตาลีเอง ก็มี เปาโล มัลดินี่ ที่แจ้งเกิดมาจากตำแหน่งแบ็คขวา
ก่อนจะถูกเปลี่ยนให้มาเล่นแบ็คซ้าย จนสร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ขึ้นมากับเอซี มิลาน
แถมยังเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลง ดอร์ มาแล้วถึงสองครั้ง

จากเอซี มิลาน ข้ามไปที่เพื่อนร่วมเมืองอย่างอินเตอร์ มิลาน ก็ยังมีตำนานนักเตะในตำแหน่งนี้
ตัวอย่างเช่น จาชินโต้ ฟัคเคตติ ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นฟูลแบ็คสไตล์อิตาเลี่ยนดั้งเดิมขนานแท้
ที่มีความแข็งแกร่งและเคี้ยวลากดิน แต่ที่ตัวเค้านั้นแตกต่างจากคนอื่นก็คือการที่เค้าเป็นคนที่เล่นเกมส์รุกได้สุดยอดคนเหนึ่งเลย
ด้วยสมรรถภาพทางร่างกาย, ความเร็ว และความแข็งแกร่ง ผสมผสานกัน และยังเป็นฟังเฟืองสำคัญที่พาทีมอินเตอร์ มิลาน
ครองความยิ่งใหญ่ในยุค 60 โดยได้แชมป์กัลโช่ ซีรีอาร์ได้ 4 สมัยในปี 1963-1971 และแชมป์ยูโรเปี่ยนคัพ 2 สมัยติดต่อกัน ในปี 1964-65

ไล่มาจนถึงในยุคหลังทีมงูใหญ่ก็มี ฮาเวียร์ ซาเน็ตติ สุภาพบุรุษลูกหนังชาวอาร์เจนติน่า
ที่รับใช้ทีมยาวนานถึง 19 ปี และโดดเด่นอย่างมาก เกมส์รับที่ทำให้เค้ากลายเป็นปรมาจารย์ทางด้านนี้
ไม่ว่าจะเป็นการอ่านเกมส์ เข้าแท็คเกิล หรือการตามประกบคู่แข่งไม่ให้กระดิกไปไหน และที่สำคัญเค้าสามารถเล่นได้ทั้งสองเท้า
ให้เล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายก็ได้ แบ็คขวาก็ดี หรือจะเล่นในกองกลางก็ได้อย่างไม่ขัดเขิน

ข้ามมาที่ฝั่งอังกฤษ ก็เคยมีผู้เล่นในตำแหน่งฟูลแบ็คระดับโลก ที่ผลงานดีคงเส้นคงวา
เกิดขึ้นมากมาย ทั้ง เดนนิส เออร์วิน และ แกรี่ เนวิลล์ ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ไล่มาจนถึง แอชลี่ย์ โคล ตำนานที่แจ้งเกิดจากสโมสรอาร์เซน่อล

จะสังเกตุได้อย่างหนึ่งว่า ในฟุตบอลสมัยใหม่นั้น ผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็ค มักได้รับมอบบทบาทหน้าที่เพิ่มเติมขึ้นมากกว่าในยุคก่อน
หน้าที่ของพวกเขาไม่ใช่การเล่นเกมรับเพียงอย่างเดียว เพราะต้องทำหน้าที่ในการดันสูง เป็นทางเลือกเพิ่มเติมในเกมรุกของทีมด้วย

อีกทั้งด้วยวิวัฒนาการของฟุตบอล ที่ระยะหลังมักไม่มีผู้เล่นตำแหน่งปีกโดยธรรมชาติเหมือนสมัยก่อน
จึงทำให้ ฟูลแบ็ค มีหน้าที่ควบสองทั้งการเล่นเกมรับและเติมสูงขึ้นมาเล่นเกมรุกในบทบาทที่ไม่ต่างจากปีกนั่นเอง
แถมยังต้องรับผิดชอบเรื่องการเล่นเกมรับ ที่ต้องคอยตามดูตัวประกบอยู่ตลอดเวลา

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ตำแหน่งฟูลแบ็คก็ยังเป็นตำแหน่งที่ไม่ต่างอะไรจากลูกภรรยาน้อย
ที่มักถูกมองข้ามไม่ให้ค่า แถมยังเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากเล่นเหมือนเดิม

จนทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน ได้เห็นวิวัฒนาการของตำแหน่งฟูลแบ็ค
ที่ชัดเจนมากขึ้น ผ่านผลงานการลงเล่นของเด็กหนุ่มสองคนจากสโมสรลิเวอร์พูล
ใช่แล้วครับพวกเขาคือ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

ท่ามกลางความโดดเด่นของสามประสานอย่าง ซาดิโอ มาเน่ , โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์
ที่ผลัดกันโชว์ผลงานล่าตาข่ายจนพาทีมหงส์แดง ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ ลีก อยู่ในตอนนี้นั้น

มันมีเบื้องหลังเกิดจากการทำงานหนักของสองฟูลแบ็คชาวอังกฤษและสกอตแลนด์
ที่คอยสร้างสรรค์โอกาสการทำประตูมาจากบริเวณพื้นที่ริมสนาม

จำนวน 47 ประตูที่ลิเวอร์พูล ยิงได้ในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ เกิดจากการแอสซิสต์
จากเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ถึง 8 ครั้ง และอีกหกครั้งจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ เทรนท์ ที่โดดเด่นขึ้นมาจนถูกนิยามยกย่องว่าเป็น
ผู้เล่นที่ไม่ต่างอะไรจากเพลเมกเกอร์ ในตำแหน่งฟูลแบ็ค เพราะสามารถสร้างสรรค์เกมรุกให้ทีม
ได้อย่างชัดเจน จนกลายเป็นกำลังสำคัญที่สุดของทีมแชมป์สโมสรโลก

ยิ่งหากมองที่ตัวเลขอายุของเขา ซึ่งเพิ่งมีวัยเพียง 21 ปี แต่ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมได้ตั้งแต่เมื่อฤดูกาล 2017-2018
และจนถึงตอนนี้ลงรับใช้สโมสรไปแล้ว 114 เกม เขามีส่วนกับการได้ประตูมากถึง 44 ครั้ง แบ่งเป็นการแอสซิสต์ 34 และยิงประตูเอง 10 ลูก
คิดเป็นสัดส่วนต่อการลงสนามแล้วเกือบ 50% เลยทีเดียว

ขณะที่ตัว แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่ปัจจุบันอายุ 24 ปี ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
โดยหากย้อนดูตั้งแต่สมัยเริ่มต้นเส้นทางค้าแข้งกับทีมควีนส์ปาร์ค เอฟซี ในประเทศสกอตแลนด์
จนมาถึงลิเวอร์พูล ต้นสังกัดปัจจุบัน โรเบิร์ตสัน มีตัวเลขการแอสซิสต์ มากถึง 44 ครั้ง และทำได้อีก 15 ประตู

ลองคิดภาพตามง่ายๆนะครับ ตอนนี้มันเหมือนกับลิเวอร์พูล มีโรแบร์โต้ คาร์ลอส อดีตตำนานฟูลแบ็คชาวบราซิลอยู่ในทีม
เพราะทั้งแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ มียอดการแอสซิสต์รวมกันไปแล้ว 77 ครั้ง
ทั้งที่อายุยังน้อยอยู่ ขณะที่ตลอดอาชีพการเล่นของ โรแบร์โต้ คาร์ลอส เขามีตัวเลขการแอสซิสต์อยู่ที่ 113 ครั้ง
ซึ่งมากกว่าสองวัยรุ่นจากแอนฟิลด์เพียงแค่ 33 ครั้งเท่านั้น

นอกเหนือจากความเจนจัดในการเล่นเกมรุกและการผนึกเกมรับแล้วนั้น ฟูลแบ็คสมัยใหม่
ยังต้องมีความเข้าใจในแง่แท็คติคของเกมและความเป็นไปของเกมการแข่ง ต้องมีทักษะเฉพาะตัวที่ดี มีการครอสบอลที่แม่นยำและ
สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของสภาพร่างกายที่จำเป็นต้องฟิตกว่าผู้เล่นในตำแหน่งอื่น ด้วยเพราะมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งการเล่นเกมรุก
และการลงมาเล่นเกมรับซึ่งเป็นหน้าที่หลักไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

และภาพแทนของฟูลแบ็คที่มีครบทั้งทั้งหมดที่กล่าวมา มันสะท้อนออกมาชัดเจนจากผลงานของ
ทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนล และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่มีสถานะไม่ต่างอะไรกับอาวุธอันตราย
สำหรับทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่ ณ ตอนนี้ พวกเขาทั้งคู่โดดเด่นนำมาด้วยเรื่องพละกำลังของวัยหนุ่ม
ที่สามารถเติมเกมได้รวดเร็ว และลงมาแพ็คเกมรับได้ทันสถานการณ์ มีการครอสบอลที่แม่นยำอันตราย
แถมยังมีสกิลพิเศษเพิ่มเติมในเรื่องการเล่นลูกฟรีคิกอีกต่างหาก ซึ่งหากว่าในวันที่สามประสาน SMF เกิดฟอร์มดร็อปลงไป
สาวก เดอะ ค็อป ก็ยังมั่นใจได้ว่าพวกเขายังมีทางเลือกในการทำประตูจากสองฟูลแบ็คของพวกเขาอยู่

เทรนท์ เคยออกมาบอกว่า เขาและแอนดรูว์ต้องการเปลี่ยนทัศนคติและมุมมอง
ที่ผู้คนชอบนิยามผู้เล่นตำแหน่งฟูลแบ็คว่ามันเล่นง่ายและไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมาก

“เมื่อก่อนมันไม่มีใครอยากโตมาเป็นแกรี่ เนวิลล์ หรอก”
ในบริบทที่เทรนท์จะสื่อก็คือ ไม่มีเด็กคนหในหรอกอยากโตมาเป็นผู้เล่นฟูลแบ็ค
เพราะพวกเขาหวังจะโดดเด่นเป็นเช่นอย่าง โรนัลโด้ , อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ , ซีเนอดีน ซีดาน
และบรรดาผู้เล่นเกมรุกชื่อดังอีกมากมาย มากว่าจะเป็นแค่แกรี่ เนวิลล์

แต่ปัจจุบันนี้มันไม่เป็นเช่นนั้นแล้วครับ เพราะมาตรฐานความยอดเยี่ยมที่สองฟูลแบ็คคนหนุ่ม
แห่งถิ่นแอนฟิลด์กำลังทำอยู่ในตอนนี้ มันกลายเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของผู้เล่นในตำแหน่งนี้ไปแล้ว

ฟูลแบ็ค ไม่ใช่ตำแหน่งของเด็กที่สอบตกมาจากการเล่นเซนเตอร์ฮาล์ฟอีกต่อไป
แต่คือตำแหน่งสำคัญของฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีวิวัฒนาการไปตามแท็คติกการเล่น

และหัวหอกที่จะเป็นผู้นำเทรนด์แฟชั่น ในการเปิดยุคสมัยของฟูลแบ็คให้โดดเด่นขึ้นมานั้น
ก็หนีไม่พ้น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

นี่แหละครับเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอล ที่ไม่ว่าคุณจะเล่นตำแหน่งใด
ย่อมมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเกมได้เสมอ ไม่ต่างอะไรกับชีวิตจริง
ที่เส้นทางในชีวิตไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียว

เด็กที่เอาดีในการเล่นเซนเตอร์ไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไร้ค่า
ในโลกแห่งความจริง หากเราไม่เก่งหรือไม่ถนัดด้านใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไร้ค่าเช่นกัน

ขอเพียงหาตัวตนของเราเองให้เจอครับ แล้วเราจะกลายเป็นเทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์
หรือ แอนดรูว์ โรเบิรตสัน ได้อย่างแน่นอน

เชื่อว่าตอนนี้ทุกท่านคงได้รู้จัก นักเตะ ในตำแหน่ง ฟลูแบ็ค มากขึ้นกันเรียบร้อยแล้ว ติดตาม ข่าวบอลสด ข่าวบอลวันนี้ ข่าวลิเวอร์พูล ข่าวแมนยู รวมถึงทุกทีมดังจากรอบโลก ติดตามทุกความเคลื่อนไหวก็ได้ก่อนใครทางเว็บ : Maxbet

เป๊ป ขอโทษแฟนบอล เรือใบ ที่วิจารณ์ไม่เหมาะสม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมา ลดกระแสกดดันความไม่พอใจ ของทีม เรือใบสีฟ้า หลังจากที่เจ้าตัว วิจารณ์แฟนบอลไม่เข้ามาชมบอล เท่าที่ควร แฟนบอลไม่ปลื้มเนื่องจากสถานการณ์ทางการเงิน และทางผู้จัดการทีมคนดังกล่าว พร้อมออกมาขอโทษและบอกทุกคนคือส่วนหนึ่งของสโมสรนี้

เป๊ป ขอโทษ แฟนเรือ หลังวิจารณ์ไม่เหมาะสม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือคนดังของ  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาขอโทษแฟนบอล เรือใบสีฟ้า ที่เจ้าตัวจิจารณ์แฟนบอล ในกรณีที่ สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม  นั้น โล่งเกินไป ในเกมที่ ฟูแล่ม 4-0  ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 4  เมื่อไม่นานมานี้เอง ใรเกมดังกล่าว มีแฟนบอล ได้เข้ามาร่วมชมเกม 39,000 ที่นั่ง โดยหลังจาก ที่เกมจบลงไปนั้น  กวาร์ดิโอล่า  ออกอาการไม่ปลื้มที่แฟนบอลไม่เข้ามาชมการแข่งขันเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่เป็นเกมสำคัญ และเป็นทีม ที่พวกเขารัก อย่างไรก็ตาม ได้มีการสวนกลับของแฟนบอล เกี่ยวกับเรื่องนี้ และพวกเขาก็มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้เช่นเดียวกัน

และหลังจากที่ ผู้จัดการทีมคนเก่งได้ทราบถึงเหตุผล และรู้ว่า แฟนบอลต่างไม่พึงพอใจ ที่เขานั้นได้ไปวิจารณ์แฟนบอลแบบนั้น เหตุที่แฟนบอลไม่สามารถเข้ามา รับชมเกมดังกล่าวได้นั้น เกิดจากทางด้านกระแสทางด้านการเงิน ทำให้  เป๊ป ต้องรีบออกโรงมาขอโทษ ที่แสดงความพอใจอย่างนั้นไป โดยเขา ได้กล่าวว่า  ” ผมไม่ได้มีเจตนาที่จำสร้าง ความไม่พอใจให้กับแฟนบอล และผมขอโทษ ที่ทำอย่างนั่นออกไป ทุกคนที่เป็นแฟนบอลของพวกเรา พวกคุณ ก็คือส่วนหนึ่งของเราด้วยเช่นเดียวกัน “

เนื่องจากกระแสด้านการเงินทำให้แฟนบอลไม่ได้เข้ามานั่งเต็มสนาม

 “โดยนับตั้งแต่ ผมได้เข้ามาคุมทีมที่นี่ตั้งแต่วันแรก เรารู้ดี เราสู้อย่างเต็มที่ และเรามีแฟนบอลที่อยู่เคียงข้าง กันมาตลอดเวลา ปกติ ผมจะเห็นเอติฮัด สเตเดี้ยม เต็มทุกรอบ เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ทำให้ พวกเรามีกำลังใจ และพร้อมจะสู้  และเป็นกำลังใจให้กับนักเตะที่พร้อมจะสู้ เราต้องเล่นให้ดี เพื่อให้พวกเขาเข้ามาชมเกมกับเรา เราต้องการกำลังใจ เพื่อการคว้าแชมป์ ผมอยากเห็น การคว้าแชมป์ของทีมเรา เท่านั้นเองและขอให้ทุกคนได้สนุกกับมัน เท่านั้นเอง “

 “ทั้งนี้ผมเข้าใจ สถานการณ์การเงินของพวกเขาดี และตั้งแต่ผมได้ย้ายเข้ามาที่นี่ ผมทราบว่าทุกเกมส์มีความสำคัญมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่พรีเมียร์ ลีก และ เรายังมีเกมอื่นๆอีกด้วย ทั้ง เอฟเอ คัพ  และแชมเปี้ยนส์ ลีก ต่างๆ ผมแค่คิดว่า วันอาทิตย์ สนามบอลของเราคงเต็ม ตามที่ผมคิดไว้ แต่ทว่า มันไม่เป็นอย่างที่คิด ผมขอโทษแฟนบอลทุกคนอีกครั้ง เรารู้ดี ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของเรา” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามการอัพเดทข้อมูล ข่าวฟุตบอล ข่าวบอลสด ข่าวนักเตะ ความเคลื่อนไหวตลาด ซื้อขายนักเตะ จากทุกทีมใน 5 ลีกดังรวมถึงการแข่งขันฟตุบอลทัวร์นาเมนต์อื่นๆติดตามได้ทุกวันทาง : Maxbet

ไม่ธรรมดา!หงส์แดง เตรียมล่า ซูมาเร่ มาร่วมก๊วน

ตกเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อ ลิเวอร์พูล เกิดมีความสนใจ ที่จะล่าตัว บูบาการี่ ซูมาเร่ นักเตะกองกลางของ ลีลล์ มาร่วมก๊วน เพราะล่าสุดนี้ได้ข่าวว่า ลิเวอร์พูลเอง ต่างก็ต้องการนักเตะเพื่อมาเสริมแดนกลางเพื่อให้ทีมมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

หงส์แดง เดินเครื่องเล็งซิว ซูมาเร่ ร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล ทีมดัง ของเวที พรีเมียร์ ลีก ต่างก็มีคสามสนใจที่จะซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีม โดยตอนนี้ พวกเขาได้สนใจไปที่  บูบาการี่ ซูมาเร่ นักเตะของ ลีลล์ สโมสรดังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ตามการรายงานของข่าวเมืองผู้ดี ที่เพิ่งปล่อยออกมาวันนี้เอง   

ซูมาเร่ นั้น ตอนนี้ ถือได้ว่าเป็นนักเตะที่เนื้อหอมมากที่สุด หลายสโมสร ต่างเล็งความสนใจไปที่เขา ในช่วงของการเปิดตลาดค้งานักเตะนี้ นอกจาก ลิเวอร์พูลแล้ว ก็ยังมี ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  และ ยังมีเชลซี ร่วมก๊วนอีกด้วย งานนี้ถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ทาง ลิเวอร์พูล ก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น ในตอนนี้นั้นยังไม่ได้มีการ เสนอราคาแต่อย่างใด เพราะช่วงนี้ แหละเป็นช่วงของการเปิดตลาดค้านักเตะ ใครอยากได้ใคร ก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ โดยนักเตะมีอายุเพียง 20 เท่านั้น ถือว่าเขามีอนาคตที่ไกลมาก ดังนั้น จึงไม่แปลกใจ ที่ทางหงส์แดงเอง ต่างก็ต้องการตัวเขาเข้ามาร่วมงานกับ

โดยในตอนนี้เชื่อกันว่า ทางต้นสังกัด  ลีลล์  นั้นได้ตั้งค่าหัวของนักเตะ อยู่ที่ 40 ล้านปอนด์ หรือว่าประมาณ ประมาณ 1,600 ล้านบาท โดย ซูมาเร่ ก่อนหน้านี้นั้นเขาเคยเป็นเด็กปั้นของ  ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก่อนที่จะย้ายซบ ซบ ลีลล์ ในปี 2017  นอกจากอายุเขายังน้อยแล้ว เขายังมรสถิติที่น่าทึ่งอีกด้วย และเขาเคยได้ลงเล่นให้กับทีมชาติฝฝรั่งเศสมาแล้ว 4 นัดด้วยกัน  ถือได้ว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แต่การที่ใครจะได้เขาไปร่วมงานด้วยนั้น เราต้องคอยติดตามกันต่อไป คาดว่าไม่นานนี้ได้รู้กันแน่ใครจะได้นักเตะอนาคตไกลคนนี้ไปร่วมงาน

ติดตามการ ซื้อขายนักเตะ ลิเวอร์พูล ข่าวลิเวอร์พูลล่าสุด ความเคลื่อนไหว นักเตะ หงส์แดง ทุกความเคลื่อนไหวของสโมสรดังจากอังกฤษติดตามได้ทาง : IBCBET

เฮนโด้ ผงาด!คว้ารางวัล แข้งอังกฤษ ยอดเยี่ยมปี 2019

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นักเตะปัปตันทีม ลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลแข้งอังกฤษยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 นับว่าเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก กับ ลิเวอร์พูล คว้า แชมป์  3  รายการ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาสามารถเอาชนะทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง และ แฮร์รี่ เคน ได้รับการโหวตคว้ารางมัลมาครองได้สมใจ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือเรียกสั้นๆ เฮนโด้ กัปตันทีมลิเวอร์พูล  ได้รับรางวัล จากการโหวต นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019  หลังจากที่เขา พาทีมคว้าแชมป์ทั้งหมด 3 รายการเมื่อปีที่ผ่านมา โดยเขาสามารถเอาชนะทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง นักเตะจอมทล่มประตูของ เรือใบสีฟ้า กับ  และ แฮร์รี่ เคน นักเตะกองหน้าตัวเก่งของ “ไก่เดือยทอง”

 เฮนโด้ มีผลงานที่ยอดเยี่ยมไม่แปลกใจที่เขาจะได้รับรางวัลนี้

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีโอกาสได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษไป 7 เกม ในช่วงปี  2019 และเขาได้ติดธงครบ 50 แมนตซ์อีกด้วย หลังจากได้ลงเล่นให้กับ สิงโนคำราม และสามารถเอาชนะ  มอนเตเนโก  เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดย นักเตะวัย 29 ปี มีความสำคัญ และส่วนสำคัญกับทีมอย่างมากที่นำชัยชนะมาบ้านเกิดทำให้ได้ทะลุเข้ารอบ ศึกยูไร 2020 และเขายังช่วยทีมคว้า อันดับ 3 ในรายการ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก อีกด้วย

เฮนเดอร์สัน  มีผลงานระดับโลกอย่างมาก ซึ่งเขาเกิดที่เมืองซันเดอร์แลนด์ มีโอกาสได้ ชูโทรฟี่แชมป์ถึง 3 รายการ  ในปี 2019 นอกจากนี้แล้ว เขายังพาทีม หงส์แดง คว้าแชมป์ ฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีกด้วย ถือได้ว่าเขาเป็นกัปตันทีมที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เหมาะสมแล้วที่เขาจะได้คว้ารางวัลนี้ไปครอง 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน  ได้เปิดใจกับ zeanstep หลังได้รับรางวัลทรงเกียรติ นี้ ว่า “สำหรับผมแล้ว รางวัลนี้ ถือว่าเป็นรางวัลอันรบเกียรติอย่างมาก ผมรู้สึกถ่อมตมมากๆ และขอบคุณจริงๆ ที่หลายๆคนโหวตให้ผม ได้รับรางวับนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ต้องขอบคุณอีกครั้งจริงๆ และขอแสดงความยินดีกับ ลูซี่ บรอนซ์ ที่ ที่ได้รับรางวัลนี้ด้วยเช่นเดียวกัน”  

ลูซี่ บรอนซ์  เคยเป็นอดีตกองกลาง สโมสรฟุตบอลหญฺง ของ ลิเวอร์พูล ปัจจุบัน ตอนนี้ค้าแข้งกับ โอลิมปิก ลียง  ก็ได้รับผลโหวต นักฟุตบอลหญิง ยอดเยี่ยมแห่งปีด้วยเช่นกัน ”

ติดตามความเคลื่อนไหวของทีม ลิเวอร์พูล และทุกทีมดังจาก พรีเมียร์ลีก รวมถึงทีมดังจาก 5 ลีกดังรอบโลกติดตามข้อมูลฟุตบอลดีๆได้ทาง : Maxbet

สื่อดังแฉ อินเตอร์ มิลาน รื้อแผนดึง ชิรูด์ เสริมทัพต้นปีนี้

รายงานจากสื่อดังของอิตาลีเผยทีม อินเตอร์ มิลาน จะเดินหน้าในการล่าตัว โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ จอมโขกจากทีม เชลซี เข้ามาเสริมทีมอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้ตัดสินใจยกเลิกแผนการลงไป

ในฤดูกาลนี้ดาวเตะเลือดน้ำหอมได้รับโอกาสในการลงเล่นเพียงแค่ 12 เกมเท่านั้นและยังได้ลงเล่นในตำแหน่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ จนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการเปิดเผยว่าทางแข้งวัย 33 ปีต้องการที่จะย้ายออกจากทีมทันทีในต้นปีนี้

อินเตอร์ มิลาร รื้อแผนหวังดึง ชิรูด์ ร่วมทัพต้นปีนี้

แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือว่าทีม งูใหญ่ ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้ให้ความสนใจในตัวของดาวเตะรายนี้ก็ตาม แต่สุดท้ายแผนการก็เงียบลงไปหลังจากผลงานของ โรเมลู ลูกากู ออกมาอย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม

ล่าสุดจากผลงานอันยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ คอนเต้ ในช่วงที่ผ่านมาจากการลงเล่น 18 เกมเขาทำไป 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ ทำให้มีรายงานว่ากุนซือชาวอิตาเลี่ยนได้กลับมาให้ความสนใจ ชิรูด์ และต้องการคว้าตัวมาเสริมทัพในช่วงต้นปีนี้

รายงานเผยว่าทางนักเตะอาจย้ายออกจากทีมในต้นปีนี้ในทันทีเช่นกัน แม้สัญญาของเขาจะยังไม่หมดลง แต่ด้วยสัญญาที่เหลือเพียงแค่ครึ่งปีทำให้เขาสามารถย้ายออกจากทีมได้ตามที่ต้องการ

โดยมีการคาดว่าทาง ชิรูด์ อาจย้ายไปลงเล่นในอิตาลีหรืออาจย้ายไปลงเล่นในศึก เมเจอร์ลีก แทนหลังจากมีหลายทีมให้ความสนใจด้วยเช่นกัน

อัพเดทความเคลื่อนไหวของ อินเตอร์ มิลาน กับอนาคตของ ชิรูด์ รวมถึงความเคลื่อนไหวของทุกทีมดังรอบโลก ท่านสามารถติดตามข่าวฟุตบอลได้สดใหม่ก่อนใครทาง: www.t-ibcbet99.com

Create your website with WordPress.com
เริ่มได้